ข่าวแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ข่าวบันเทิง สาระน่ารู้ สุขภาพ/ความงาม ร้านอาหารแนะนำในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา สถานที่ท่องเที่ยวในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา


ฟังเพลงโดนใจกับแปดริ้วเรดิโอ
    

กินๆเที่ยวๆในเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
  ร้านอาหารแนะนำ
  ของอร่อยเมืองแปดริ้ว
  สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
  วัด/โบราณสถาน
  ธรรมชาติ/วนอุทยาน
  พิพิธภัณฑ์และห้องแสดง
  แหล่งท่องเที่ยวแปดริ้วอื่นๆ

สุขภาพ/ความงาม/ไลฟ์สไตล์

  สุขภาพ
  ความงาม
  ไลฟ์สไตล์


  สาระน่ารู้

    สถิติเข้าชม

ตลาดนัดแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
Classified ซื้อ-ขายสินค้า (269)
งานบริการ-งานรับจ้าง (25)
ผลิตภัณฑ์ชุมชน (2)
อสังหาริมทรัพย์ (16)
ต้องการซื้อ-สินค้า (1)
ต้องการหา-ผู้รับจ้าง (1)
ร้านอาหาร/โรงแรม/ที่พัก (7)
ประกาศอื่นๆ ทั่วไป (163)
  • สุขภาพ
  • แบ่งปัน Facebook  
    สถานการณ์ผู้ป่วยโรคเรื้อนในไทย (อ่าน 647)

    กรมควบคุมโรค เผยปี 58 พบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในคนไทย 155 ราย พิการรุนแรงที่มองเห็นได้ร้อยละ 13 เหตุเพราะเข้ารับการรักษาช้า พร้อมแนะหากพบผิวหนังเป็นวงด่างขาวหรือแดง ชา ไม่คัน ให้รีบปรึกษาแพทย์
    นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคเรื้อนในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงมาก ซึ่งเป็นผลมาจากพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรับโครงการควบคุมโรคเรื้อนไว้ในพระราชดำริ มากว่า 50 ปี โดยในวันที่ 16 มกราคม 2501 และ 2503 ทรงเสด็จพระราชดำเนินในพิธีวางศิลาฤกษ์และพิธีเปิดอาคาร “สถาบันราชประชาสมาสัย” ดังนั้น วันที่ 16 มกราคมของทุกปี จึงถือเป็น“วันราชประชาสมาสัย” เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน การกำจัดโรคเรื้อนและฟื้นฟูสภาพผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อน
    สำหรับสถานการณ์ของโรคเรื้อนในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2558) พบว่าปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคเรื้อนที่ขึ้นทะเบียนรักษา 527 ราย โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ในปี 2558 จำนวน 155 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยใหม่ที่มีความพิการที่มองเห็นได้ (พิการระดับ 2) จำนวน 20 รายหรือร้อยละ 13 ซึ่งจำนวนลดลงกว่าปี 2553 ที่พบรายใหม่ 405 ราย และพิการระดับ 2 จำนวน 60 ราย แต่ยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วง คือในผู้ป่วยรายใหม่มีความพิการก่อนมาพบแพทย์รักษา เช่น นิ้วมือนิ้วเท้าหงิก งอ กุดหรือด้วน เปลือกตาปิดไม่สนิทเวลาหลับ สาเหตุเพราะผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาที่ล่าช้า โดยจะเห็นได้จากข้อมูล 5 ปี ที่ผ่านมา(ปี 2553-2557) มีผู้ป่วยรายใหม่มีความพิการระดับ 2 อยู่ที่ร้อยละ 10-17
    ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ทั่วโลกไม่เกิน 100 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ในปี 2563 ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายกำหนดเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ของประเทศไทย ไม่เกิน 100 ราย และลดอัตราความพิการระดับ 2 ในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ไม่เกิน 0.3 รายต่อประชากร 1 ล้านคน (20 ราย) ในปี 2563

    กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งดำเนินการใน 2 มาตรการสำคัญคือ 1.การเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในพื้นที่ที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยา และในผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านเพื่อให้ผู้ป่วยที่ตกค้างในชุมชนได้รับการค้นพบโดยเร็ว และได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ส่งผลให้สามารถลดการแพร่เชื้อโรคเรื้อนในชุมชน และลดการเกิดความพิการระดับ 2 ในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ และ 2.การพัฒนาเครือข่ายในการฟื้นฟูสภาพผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อน โดยการสำรวจความพิการ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความต้องการที่จำเป็นของผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อน เพื่อไห้ได้รับการฟื้นฟูสภาพตามความเหมาะสม หรือสามารถพึ่งตนเองได้

    นพ.อำนวย กล่าวว่า โรคเรื้อนเป็นโรคผิวหนัง ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาป้องกัน แต่มียารักษาที่ให้ผลดี วิธีการเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือการตรวจร่างกายให้พบโรคได้เร็วที่สุด จึงขอแนะนำประชาชนให้สังเกตอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เพราะเชื้อโรคเรื้อนมีระยะฟักตัวนานประมาณ 2-12 ปี กว่าจะปรากฏอาการ โดยผิวหนังจะเป็นรอยผื่นวงด่างขาวหรือแดงหรือเป็นตุ่ม นูนแดง ชา หยิกไม่เจ็บ ไม่คัน ขนภายในรอยวงร่วง เหงื่อไม่ออก หากได้รับการรักษาคือกินยาเร็ว ยาเม็ดแรกจะฆ่าเชื้อในร่างกายได้มากถึงร้อยละ 99 ภายใน 3-5 วัน จะไม่มีความพิการ และไม่แพร่เชื่อสู่คนอื่น

    "หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อจะเข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลายที่หล่อเลี้ยง เช่น บริเวณปลายมือ ปลายเท้า ทำให้เกิดความพิการ ต่ออวัยวะเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่มือ เท้าอ่อนแรง กระดูกนิ้วมือนิ้วเท้าผิดรูป หงิกงอ นิ้วกุดหรือเท้าเป็นแผลติดเชื้ออักเสบลุกลามจนถึงต้องตัดทิ้ง โรคนี้ใช้เวลารักษานาน 6 เดือนถึง 2 ปี ขี้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดโรค ดังนั้น จึงขอให้ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง รักษาไม่หายขาดใน 3 เดือน อย่าชะล่าใจ ขอให้พบแพทย์ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยยืนยันและเข้ารับการรักษาต่อไป หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422"  นพ.อำนวย กล่าว

     

     

    ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์


    โพสเมื่อ : 23 ธ.ค. 2558
     
    Padriew.com © Copyright 2011, All Rights Reserved.
    ติดต่อพื้นที่โฆษณา กรุณาโทร.081-6366689