ข่าวแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ข่าวบันเทิง สาระน่ารู้ สุขภาพ/ความงาม ร้านอาหารแนะนำในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา สถานที่ท่องเที่ยวในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา


ฟังเพลงโดนใจกับแปดริ้วเรดิโอ
    

กินๆเที่ยวๆในเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
  ร้านอาหารแนะนำ
  ของอร่อยเมืองแปดริ้ว
  สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
  วัด/โบราณสถาน
  ธรรมชาติ/วนอุทยาน
  พิพิธภัณฑ์และห้องแสดง
  แหล่งท่องเที่ยวแปดริ้วอื่นๆ

สุขภาพ/ความงาม/ไลฟ์สไตล์

  สุขภาพ
  ความงาม
  ไลฟ์สไตล์


  สาระน่ารู้

    สถิติเข้าชม

ตลาดนัดแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
Classified ซื้อ-ขายสินค้า (272)
งานบริการ-งานรับจ้าง (26)
ผลิตภัณฑ์ชุมชน (3)
อสังหาริมทรัพย์ (16)
ต้องการซื้อ-สินค้า (1)
ต้องการหา-ผู้รับจ้าง (1)
ร้านอาหาร/โรงแรม/ที่พัก (7)
ประกาศอื่นๆ ทั่วไป (191)
  • ความงาม
  • แบ่งปัน Facebook  
    เก็บตก 12 วิธีแต่งหน้า จากเมคอัพอาร์ติสมืออาชีพ (อ่าน 1843)

    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของการแต่งหน้า


    1.รองพื้นสีไม่เข้ากับผิวหน้า
     
    ไม่ ว่าสีของรองพื้นจะเข้มเกินไปหรืออ่อนเกินไป เมื่อใช้แล้วจะไม่ทำให้ผิวเป็นไปตามธรรมชาติ มองดูเหมือนสวมหน้ากาก ดังนั้นวิธีการเช็คสีของรองพื้นมีข้อแนะนำว่า ควรเช็คกับสีผิว โดยเช็คกับปลายคาง ทางบ่างๆ จะมองดูความกลมกลืนได้สมจริวกว่า เพราะทาที่หลังมือจะได้โทนสีที่ต่างไป ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกสีเครื่องสำอางที่จะใช้ในเวลากลางวัน ซึ่งดีกว่าเลือกสีภายใต้แสงนีออน

    วิธีทดลองว่ารองพื้นใช้ได้ดีกับสี ผิวหรือไม่ให้ใช้ฟองน้ำชื้นๆ ช่วยเพราะจะทำให้ติดทนเนียน การทารองพื้นตรงบริเวณที่คางกับที่คอจะต้องให้มองดูเป็นสีเดียวกัน จึงจะดูไม่หลอกตา

    2.การใช้แป้งแข็งมากเกินไป
     
    แป้ง แข็งจะช่วยให้รองพื้นเรียบและสวยงาม ติดทนอยู่บนใบหน้า แต่ถ้าใช้มากเกินไปจะมองดูผิวหน้าหนา วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวหน้ากลมกลืนให้ใช้แปรงปัดแก้มขนาดใหญ่ เมื่อใช้พัฟฟ์หรือสำลีกลมๆ แตะแป้งแข็งทาหน้า แล้วทิ้งไว้ 2-3 นาที ใช้แปรงอันใหญ่ปัดส่วนเกินออก จึงจะทำให้ผิวหน้านวลเนียน

     3.การใช้ครีมปกปิดบนใบหน้า
     
    การ ใช้ครีมปกปิดริ้วรอย ตามรอยตีนตา ต้องใช้อย่างระมัดระวัง อย่าให้เป็นวงดำ และระวังอย่าใช้ครีมสีอ่อนกว่าผิว จากนั้นจะต้องทาเกลื่อนให้เนียน ถ้าไม่ทำเช่นนี้จะทำให้บริเวณรอยที่ต้องการปกปิด จะกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้มอง


    4.การพรางจุดที่บกพร่องบนใบหน้า
     
    จากศิลปะการแต่งหน้าสามารถแต่งหน้าให้ดูกรามเล็กลง มองดูจมูกโด่ง มองดูหน้าผากแคบเข้า ใช้วิธีแรเงาด้วยแป้งแข็ง หรือรองพื้นที่สีเข้มกว่าผิว  แต่ต้องระวังไม่ให้เข้มจนเกินไป ควรเลือกสีที่เข้มกว่าให้เหมาะสม และวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกสีเปรียบเทียบควรเลือกในเวลากลางวันดีกว่าเวลา กลางคืน


    5.การใช้แปรงปัดแก้ม
     
    ใช้ แปรงแต้มรูจปัดแก้มเล็กน้อย จะทำให้มองดูผิวพรรณมีสุขภาพดี เพิ่มความสดใสมีชีวิตชีวา แต่ถ้ามากไปจะมองดูเวอร์เกินไป เลือกใช้แปรงปัดแก้ม แต้มรูจที่มีสีเหมาะกับผิว รูจสีกุหลาบใช้สำหรับผิวขาวซีด สีชมพูสำหรับคนที่มีผิวปานกลาง และสีน้ำตาลอมทอง สำหรับผู้ที่มีผิวสีเข้ม ใช้ส่วนที่กว้างที่สุดของแปรงทาแก้มปาดแปรงไปตามโหนกแก้มจนถึงขมับ ปัดให้บางเบาระวังอย่าให้เป็นเส้นเป็นใช้ได้

     



    6.ก่อนทาริมฝีปากด้วยลิปสติค ควรจะใช้ดินสอเขียนขอบปาก

    เพื่อ ริมฝีปากที่ได้รูป และกันไม่ให้ลิปสติคเปรอะออกมานอกขอบปาก ควรใช้ดินสอเขียนปากเสียก่อน เส้นรอบปากที่ได้รูปจะช่วยเน้นให้มองเห็นริมฝีปากที่สวยได้รูป จุดหลักที่จะให้เส้นขอบปากเข้ากับลิปสติคที่ทา ควรทาลิปสติคอย่างเบามือ หรือใช้พู่กันทาลิปสติกทาลงบนริมฝีปาก ทำให้ลิปสติกสม่ำเสมอ เลือกดินสอวาดขอบปากที่สีใกล้เคียงกับสีปากโดยธรรมชาติที่สุด


    7.การแต่งหน้าที่สีไม่เข้ากับผิวหน้าจะทำให้มองดูไม่สวย

     การ เมคอัพแก้มและปากสีจะต้องกลมกลืนไปในโทนเดียวกัน เช่นจะไม่ใช้ลิปสติคสีแดง และใช้รูจทาแก้มสีแดงอมส้ม ไม่ควรแต่งหน้าให้ส่วนหนึ่งส่วนใดมองดูเด่นกว่าส่วนอื่น ถ้าทาตามากเกินไปจะทำให้จุดสนใจอยู่ที่ตา ไม่ใช้ที่แก้มและริมฝีปาก

     

     



    8.การโรยกากเพชร

    การ แต่งหน้าแบบโรยกากเพชรจะทำให้ใบหน้ากระด้างดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเน้นให้มองเห็นจุดบกพร่องบนใบหน้า การโรยกากเพชรที่ตา โหนกแก้ม ริมฝีปากที่ทาลิปสติคแล้ว จะทำให้มองดูใบหน้าเวอร์เกินไป แต่ถ้าต้องการให้หน้ามีแสงวูบวาบ ก็ให้ใช้กากเพชรโรยใต้คิ้ว จะทำให้หนังตามีประกายสดใสช่วยดึงดูดให้มีผู้มองดูอย่างเหลียวหลัง


    9.ทาอายแชโดว์อ่อนเกินไปหรือเข้มเกินไป
     
    การ ทาอายแชโดว์เป็นการเน้นดวงตา ถ้าทาหนักมือหรือใช้สีที่เข้มเกินไป จะทำให้มองดูตาแห้งแล้ง ในขณะที่แต่งดวงตาจะเริ่มที่จุดกึ่งกลางตา สำหรับเวลากลางวันควรใช้สีประกอบด้วยโทน 3 สี คือสีน้ำตาลเข้ม สีสนิมเหล็ก และสีเบจ ปัดส่วนที่เข้มที่สุดไปตามรูปตา แล้วไฮไลท์เปลือกตาด้วยสีที่อ่อนที่สุบริเวณใต้คิ้ว

     

     



    10.ทาเส้นขอบตาหนา ดำเกินไป
     
    การ ทาขอบตาด้วยสีเข้มหนาหนักเกินไป ไม่เหมาะสำหรับเวลากลางวัน ถ้าใช้ชนิดน้ำควรเปลี่ยนมาใช้เป็นแบบดินสอเขียนที่นุ่มๆ หรือไม่ก็เป็นดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาล เทา หรือเลือกสีที่เข้ากับสีทาตา เช่น น้ำเงิน-เทา พลัม เขียว วาดเส้นขอบตาบนจากขอบตาด้านในออกมาข้างนอก และวาดเส้นขอบตาล่างจากกึ่งกลางตาออกมาแล้วปัดให้มองดูกลมกลืนกันด้วยคัดตอน บัด


    11.การใช้มาสคาร่า
     
    การ แต่งหน้าที่มองดูมากเกินไปอยู่ที่การใช้มาสคาร่า มาสคาร่าที่ทาหนาๆ บนขอบตาจะช่วยเน้นให้มองเห็นจุดเด่น ให้ใช้มาสคาร่าตอนล่างหรือบนขอบตาเท่านั้น แล้วใช้แปรงเบาๆปัดขนตาอีกนิดหน่อย เท่านี้พอแล้ว ถ้าทามากจะดูเหมือนตาถลนกลายเป็นไม่สวย ควรเริ่มแต่งแต้มแต่เพียงเบาๆ ก่อน จนแน่ใจว่าทาแล้วสวยจึงจะบรรจงใช้ให้ถูกใจ



    12.วิธีทดสอบผิวหน้า

     วิธี การทอสอบผิวหน้าว่าจะเหมาะกับสีผิวของบลัชออนทำได้ดังนี้ ใช้กระดาษขาว 1 แผ่น วางแตะไว้ใต้คาง แล้วส่องกระจกโดยใช้แสงธรรมชาติ หรือแสงแดดดูรอยที่สะท้อนลงบนแผ่นกระดาษแล้วพิจารณาเงาที่เกิดขึ้นดังต่อไป นี้

     -ถ้าเงาสะท้อนเป็นสีเบจ เป็นสีเทาแกมแดง หรือสีเหมือนทราย แสดงว่าผิวหน้ามีสีขาว ให้ใช้แป้งฝุ่นสีแดงปนเหลือง หรือสีดินที่ออกม่วง

     -ถ้าเงาสะท้อนเป็นสีเหลืองแสดงว่า เรามีผิวขาวซีด ให้ใช้แป้งฝุ่นสีแดงปนเหลือง ที่อ่อนกว่าผู้มีผิวสีขาว หรือสีกุหลาบชมพูอมม่วง

     -ถ้าเงาออกสีแดงเรื่อๆ แสดงว่าผิวหน้าออกแดง ให้ใช้สีบรอนซ์ หรือสีออกแดง สีเหลืองปนแดง หรือสีอิฐออกแดงหรือแดงแสด

     -ถ้าเงาสะท้อนออกเป็นสีเขียวให้ใช้สีชมพูเข้มหรือสีแดงสด
     
    -ถ้าผิวหน้าค่อนข้างคล้ำควรใช้แป้งฝุ่นสีแดงแก่หรือแดงผสมสีน้ำตาลไหม้


    ความรู้เรื่องการเลือกโทนสี
     
    สีสัน คือสิ่งปรากฎชัดที่สุดบนใบหน้า และคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของสี คือสามารถก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างแก่ผู้มองเห็นได้
     
    -สีแดง หมายถึง มีเสน่ห์ ร้อนแรง โดดเด่น
     
    -สีชมพู หมายถึง นุ่มนวล อ่อนหวาน
     
    -สีส้ม หมายถึง มีชีวิตชีวา เร่งเร้า กระตือรือร้น
     
    -สีเหลือง หมายถึง ร่าเริง เบิกบาน
     
    -สีเขียว หมายถึง สดชื่น สงบ เยือกเย็น
     
    -สีฟ้า หมายถึง สดใส ผ่อนคลาย
     
    -สีน้ำเงิน หมายถึง ภูมิฐาน สง่างาม
     
    -สีม่วง หมายถึง  ดึงดูดใจ ลึกลับ หรูหรา
     
    -สีน้ำตาล หมายถึง  อบอุ่น สุขุม เรียบง่าย
     
    การ เลือกใช้โทนสีไม่มีหลักเคร่งครัดให้ต้องยึดถือปฏิบัติ เช่นการแต่งหน้าแบบอ่อนหวาน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แต่สีชมพูสีเดียว หรือแบบสง่างามก็ไม่จำเป็นต้องใช้สีน้ำเงินเท่านั้น เพียงแต่นำโทนสีที่บอกอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง และสถานการณ์เท่านั้นก็พอ

    ยกเว้นการแต่งหน้าแบบสมาร์ทที่น่าจะกำหนดไว้ให้แต่งด้วยนกลุ่มสีเอิร์ธโทน อันมีสีน้ำตาลเป็นสีพื้นหลัก จึงจะเหมาะสมที่สุด


    แต่งหน้าโทนร้อน-โทนเย็น
     
    -โทนร้อน
    หมายถึงสีที่มีพื้นสีเหลืองผสมอยู่เป็นหลัก เช่นสีส้ม สีน้ำตาล สีแดงที่ใกล้เคียงมาทางส้ม
     
    -โทนเย็น หมายถึงสีทีมีพื้นสีเป็นสีน้ำเงิน เช่น สีฟ้า สีเขียว สีชมพู สีม่วง สีแดงที่ใกล้เคียงมาทางม่วง เป็นต้น
    ใน ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า หากแต่งหน้าโทนร้อนก็ต้องแต่งโทนร้อนทั้งหน้า หรือหากแต่งโทนเย็นก็ต้องเย็นให้หมดทุกส่วน แต่อันที่จริงไม่จำเป็นเลย การแต่งตาโทนร้อนนั้นใช้ได้กับคนไทยทุกคนอยู่แล้ว เพราะเราใช้สีน้ำตาลช่วยในการเฉดดิ้งและแก้ไขรูปตาให้มีมิติ

    จาก นั้นจะทาปากโทนร้อนหรือเย็นก็ได้ทั้งนั้น หรือแม้จะแต่งตาด้วยสีโทนเย็นเราก็ยังต้องมีโทนร้อน คือสีน้ำตาลแก้ไขรูปตาไว้ก่อนอยู่แล้ว

    ฉะนั้นจะทาปากโทนเย็นหรือร้อน ก็ยังไปด้วยกันได้เหมือนเดิม สรุปแล้วคือ จะเป็นสีโทนร้อนหรือโทนเย็น ไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขให้ต้องคำนึงถึงในการแต่งหน้า


    โพสเมื่อ : 16 ส.ค. 2554
     
    Padriew.com © Copyright 2011, All Rights Reserved.
    ติดต่อพื้นที่โฆษณา กรุณาโทร.081-6366689