ข่าวแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ข่าวบันเทิง สาระน่ารู้ สุขภาพ/ความงาม ร้านอาหารแนะนำในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา สถานที่ท่องเที่ยวในแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา


ฟังเพลงโดนใจกับแปดริ้วเรดิโอ
    

กินๆเที่ยวๆในเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
  ร้านอาหารแนะนำ
  ของอร่อยเมืองแปดริ้ว
  สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
  วัด/โบราณสถาน
  ธรรมชาติ/วนอุทยาน
  พิพิธภัณฑ์และห้องแสดง
  แหล่งท่องเที่ยวแปดริ้วอื่นๆ

สุขภาพ/ความงาม/ไลฟ์สไตล์

  สุขภาพ
  ความงาม
  ไลฟ์สไตล์


  สาระน่ารู้

    สถิติเข้าชม

ตลาดนัดแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา
Classified ซื้อ-ขายสินค้า (269)
งานบริการ-งานรับจ้าง (25)
ผลิตภัณฑ์ชุมชน (2)
อสังหาริมทรัพย์ (16)
ต้องการซื้อ-สินค้า (1)
ต้องการหา-ผู้รับจ้าง (1)
ร้านอาหาร/โรงแรม/ที่พัก (7)
ประกาศอื่นๆ ทั่วไป (163)
  • วัด/โบราณสถาน
  • แบ่งปัน Facebook  
    ถ้ำนางสิบสอง ต.ดงน้อย อ.ราชสาส์น (อ่าน 1323)

    ถ้ำนางสิบสอง

    ถ้ำนางสิบสองเป็นบ่อศิลาแลงลึกลงไปในดิน   มีน้ำเอ่อเกือบเต็ม  ปากบ่อกว้าง  ประมาณ          

    ๑  เมตร    ภายในเวิ้งกว้างและลึกเท่าใดไม่ทราบ    ชาวดงน้อยเล่าว่า   เมื่อก่อนบ่อกว้างกว่าปัจจุบันที่เห็น 

    น้ำในบ่อตักเท่าไรไม่รู้จักหมด    และสามารถเดินทางตามโพรงบ่อนี้ไปทะลุที่ลานพระรถชนไก่ได้ 

    ครั้งหนึ่งมีวัวเดินตกลงไปตายในบ่อ    ชาวบ้านเลยช่วยกันนำต้นโพธิ์มาปลูกปิดบังบ่อไว้   

    ต่อมาต้นโพธิ์ก็โค่นล้มไปอีก  จึงเหลือแต่โพรงศิลาเป็นถ้ำนางสิบสองให้เราได้เห็นจนบัดนี้    

    ประวัตินางสิบสอง

    นิยายปรำปราแต่โบราณกล่าวไว้ว่า     มีเจ้าครองนครมีพระนามว่าพระรถสิทธิราช    ยังไม่

    มีพระมเหสี    ทรงไปพบนางสิบสองในป่าดงดิบ   โดยหนีนางยักษ์สนธิมารซึ่งครองนครคชปรุรนคร

    ได้ทรงเอานางทั้งสิบสองมาชุบเลี้ยงและต่อมานางทั้งสิบสองได้เป็นมเหสีครองนครอย่างมีความสุข

                               ต่อมานางยักษ์สนธิมาร     ทราบข่าวว่านางทั้งสิบสองซึ่งตนเลี้ยงไว้หนีไปเป็นมเหสีของ

    พระเจ้ารถสิทธิราช   ก็อาฆาตแค้นนางทั้งสิบสองอย่างยิ่ง  จึงสำแดงอิทธิฤทธิ์มาที่เมืองกุตารนคร

    แล้วแปลงกายเป็นหญิงสาวสวยงามมาก   และต่อมาพระเจ้าสิทธิราชทรงพบเข้าก็พอพระทัยและได้รับไว้เป็นพระมเหสี    พระเจ้ารถสิทธิราชทรงลุ่มหลงนางยักษ์ที่แปลงกายเป็นหญิงสาวเป็นยิ่งนัก  นางยักษ์สนธิมารได้ยุยงให้พระเจ้ารถสิทธิราช   ควักลูกตาของนางทั้งสิบสองนั้นเสีย  คงเหลือเพียงมารดาของพระรถเสนที่ถูกควักลูกตาเพียงข้างเดียว   ( พระรถเสน เป็นโอรสที่เกิดจากมเหสีนางสิบสอง  คนเล็กสุด )  ได้อุตส่าห์เลี้ยงดูพระรถเสนจนเจริญเติบโต    ส่วนนางทั้งสิบสองได้ถูกขังไว้ในถ้ำ   ถ้ำนางสิบสองก็ปรากฏอยู่ที่วัดหินดาษในปัจจุบัน   ตั้งอยู่หมู่ที่  14   ตำบลดงน้อย   อำเภอราชสาส์น   จังหวัดฉะเชิงเทรา    

                                  นางยักษ์สนธิมารพยายามฆ่าพระรถเสนแต่ไม่สำเร็จ   เนื่องจากรพระรถเสนมีบุญญาธิการมาก   อยู่มาวันหนึ่งนางยักษ์สนธิมารจึงได้แกล้งป่วยหนัก    แม้หมอหลวงจะปรุงพระโอสถถวายก็ยังไม่ทุเลาและไม่ทรงเสวยพระกระยาหาร   พระเจ้ารถสิทธิราชทรงห่วงใยมาก   ได้ถามถึงอาการและยาที่จะใช้ในการรักษาจากหมอหลวงและบรรดาขุนนาง   นางยักษ์ได้โอกาสก็ทราบกราบทูลว่า  “ ยาที่จะรักษาโรคให้หายมีอยู่ที่เมืองคชปุรนคร   เมื่อได้ยามารักษาก็จะหายทันที  ”  พระเจ้ารถสิทธิราชได้เรียกประชุมขุนนาง  แต่ก็ไม่มีใครอาสาไป   นางยักษ์สนธิมารจึงทูลพระเจ้ารถสิทธิราชว่าให้  พระรถเสน  ซึ่งมีบุญญาธิการมาก ให้ไปนำเอายาชื่อ  “ มะม่วงไม่รู้หาว  มะนาวไม่รู้โห่  ”  แล้วนางยักษ์สนธิมาร ได้มอบสาส์นฝากพระรถเสนไปยังเมืองคชปุรนคร   เมื่อพระรถเสนรับสาส์นแล้วก็เดินทางไปโดยม้าชื่อ   “ พาชี ”  ซึ่งเป็นม้าแสนรู้เมื่อเดินทางมาถึงตำบลบางคา )  ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอราชสาส์น  ในปัจจุบัน )  เป็นเวลาใกล้ค่ำ   พระรถเสนจึงอาศัยพระอาศรมของฤาษีตนหนึ่งเป็นที่พักอาศัยหลับนอน   ฤาษีตนนี้ได้มีญาณวิเศษสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ภายหน้าได้เป็นอย่างดี  เมื่อพระรถเสนหลับไป  จึงหยิบอ่านดูก็รู้ใจความในราชสาส์นนั้น  ถึงนางเมรี ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางยักษ์สนธิมาร   มีใจความว่า   “ ถึงเช้าให้กินเช้า  ถึงเย็นให้กินเย็น  ”  ฤาษีจึงแปลงราชสาส์นเสียใหม่ว่า   “ ถึงเช้าให้แต่งเช้า   ถึงเย็นให้แต่งเย็น  ”    เมื่อพระรถเสนตื่นขึ้นมา  ก็กราบลาพระฤาษีขี่ม้าพาชีแรมรอนจนถึงเมืองคชปุรนคร   ได้ส่งราชสาส์นให้นางเมรี  บุตรสาวของนางยักษ์สนธิมาร     นางเมรีได้อ่านข้อความในราชสาส์นทราบความว่า  ผู้เป็นแม่มีความประสงค์ที่จะให้ตนแต่งงานกับผู้ที่ถือราชสาส์นมานี้   จึงได้จัดพิธีแต่งงานอยู่กินกับพระรถเสน   เมื่อพระรถเสนได้นางเมรีเป็นพระมเหสีแล้ว     ได้พบลูกตาของนางทั้งสิบสอง   และมะม่วงไม่รู้หาว  มะนาวไม่รู้โห่  พร้อมทั้งไม้เท้ากายสิทธ์  ต้นชี้ตาย  ปลายชี้เป็น   ซึ่งสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้    เมื่อได้ของตามที่ต้องการแล้วก็ได้ขี่ม้าพาชีไป   นางเมรีทราบว่า พระรถเสนหนีไปก็พาพลยักษ์ออกติดตามมาจนถึงแม่น้ำปราจีนบุรี    พระรถเสนจึงได้ว่าคาถาให้แม่น้ำกลายเป็นน้ำกรด  นางเมรีข้ามแม่น้ำไม่ได้  ก็ตรอมใจตาย   แล้วพระเสนจึงได้นำเอายามารักษานางยักษ์สนธิมาร    เมื่อนางยักษ์สนธิมารทราบเรื่องว่าพระรถเสนยังไม่ตาย    กลับได้แต่งงานกับนางเมรีซึ่งเป็นบุตรสาวของตนแล้ว   ยังได้ไม้เท้ากายสิทธิ์และลูกตาของนางทั้งสิบสองมาด้วย     นางยักษ์สนธิมารก็อาเจียนมาเป็นโลหิต   แล้วถึงแก่ความตาย  พระรถเสนได้นำเอาลูกตาของนางทั้งสิบสองมาใส่ให้นางได้กลับมองเห็นดังเดิม

                                  ชาวบ้านเห็นว่าคำว่า  ราชสาส์น  นี้  ทำให้สิ่งเลวร้ายกลายเป็นสิ่งดี   ซึ่งเป็นมงคลนามและเป็นสิริมงคลในอนาคตกาลข้างหน้าต่อไป   จึงเรียกตำบลบางคาว่า    “ ราชสาส์น  ”  มาจนกระทั่งทุกวันนี้


    โพสเมื่อ : 21 ส.ค. 2557
     
    Padriew.com © Copyright 2011, All Rights Reserved.
    ติดต่อพื้นที่โฆษณา กรุณาโทร.081-6366689